Archive for February, 2012

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับเครื่องสำอาง

เพราะว่าปัญหาสิว ที่เกิดอยู่ตรงบริเวณใบหน้าของเรานั้น มักจะคิดว่ามันอาจเป็นเพราะการที่แพ้เครื่องสำอางนั้นเอง วันนี้เราจึงนำเอา เรื่องเกี่ยวกับสุขภาพ และความงาม สำหรับเครื่องสำอางที่ไม่ทำให้เกิดสิวมาให้ได้รู้กัน

เพราะว่าในการแต่งหน้าเป็นประจำ ก็ถือได้ว่าเป็นสาเหตุหนึ่งเหมือนกัน ที่ทำให้เกิดปัญหาสิว ขึ้นได้ตรงบริเวณใบหน้าของเรา เราก็รู้กันดีว่าการแต่งหน้านั้นถือ เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญในชีวิตประจำวันของสาวๆไปซะแล้ว ที่ไม่สามารหลีกเลี่ยงได้เลยล่ะ เพราะเราก็รู้กันอยู่แล้วว่าผู้หญิงกับเครื่องสำอางมันเป็นของคู่กันอยู่แล้ว แต่คุณสาวๆ ทั้งหลาย เราก็สามารถเลี่ยงไปใช้ เครื่องสำอางที่ไม่ทำให้เกิดสิว ได้เหมือนกันนะ และในวันนี้เราก็เรานำเอาความรู้ดีๆ เกี่ยวกับ เครื่องสำอางที่ไม่ทำให้เกิดสิว มาฝากกัน เครื่องสำอางที่ไม่ทำให้เกิดสิวว่ามีอะไรบ้าง

เครื่องสำอางที่ไม่ทำให้เกิดสิว

บรัชออน

เราควรหลีกเลี่ยงชนิดครีม เพราะว่าเขาใช้วาสลิน ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในบรัชออน ดังนั้นเราควรเลือกใช้ชนิดที่เป็นฝุ่นอัดลงมาในรูปของตลับจะดีกว่า เพื่อจะได้ไม่เกิดสิวด้วยและ สุขภาพ และความงาม

มอยส์เจอร์ไรเซอร์

ในมอยส์เจอร์ไรเซอร์นั้น จะมีส่วนผสมของไขมันอยู่สูง อย่างเช่น ลาโนลิน น้ำมันแร่ ปิโตเลียมเจล ไขมันเนย เพื่อเป็นการช่วยในการเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวของเราด้วยแล้ว ดังนั้นเราจึงควรทาบางๆ ในส่วนที่แห้งมากๆ แต่เราอย่าทาให้หนา และทั่วใบหน้าของเรา เพราะมันจะทำให้รู ขุมขนเกิดการอุดตันอีกด้วยล่ะ

แป้งแต่งหน้า

สำหรับแป้งแต่งหน้า ควรที่จะเป็นชนิดที่โปร่งแสง หรือTranslucent powders จะมีส่วนผสมของน้ำมันอยู่ด้วยก็ได้ เพื่อจะช่วยทำให้สีผิวของเรานั้นสดใส มากกว่าเดิมด้วยเพื่อ สุขภาพ และความงาม แต่จะเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดสิวขึ้นได้ด้วย ดังนั้นเราจึงควรเลือกแป้งแต่งหน้า ที่มีส่วนประกอบของ Walnutshell หรือ Talc ซึ่งเป็น ส่วนประกอบสำคัญในแป้ง ที่ใช้สำหรับเด็กทารก และเราจะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะมีสิวแล้วล่ะ

ครีมรองพื้น

เราควรที่จะเลือกประเภทที่ใช้น้ำ หรือมีส่วนผสมของน้ำเป็นส่วนประกอบหลัก เพราะว่าครีมรองพื้นที่มีส่วนประกอบของ Resorcinol ที่จะ เป็นตัวกระตุ้น ที่จะทำให้สิวเกิดขึ้นมากที่หน้าเราได้ ครีมรองพื้นที่มีส่วนประกอบของ Benzoyl peroxide หรือ Retin-A ที่จะไม่ทำให้เกิดปัญหาสิวเกิดขึ้นบนใบหน้าของเรา และครีมรองพื้นที่มีส่วนผสมของสารกันแสงแดด ก็จำเป็นมาก ที่ช่วยลดอัตราการเกิดสิว บนใบหน้าของเราได้เช่นกันนะ

ฉี่บ่อยเกินไปเสี่ยงต่อโรค

การที่เราปัสสาวะบ่อย ๆ มันอาจทำให้เราเกิดความรำคาญ กับการดำเนินชีวิตประจำวันของเราแล้ว มันอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายบางชนิดที่เราต้องพึงระวังด้วย
กล่าว นพ.วสันต์ เศรษฐวงศ์ ซึ่งเป็นหน่วยศัลยกรรมทางระบบทางเดินปัสสาวะ กลุ่มงานศัลยศาสตร์ โรงพยาบาลเลิดสิน ได้อธิบายว่า อาการที่ปัสสาวะบ่อยๆ ในทางการแพทย์ หมายถึง ปัสสาวะมากกว่า 6 ครั้ง ในตอนกลางวัน หรือ มากกว่า 2 ครั้ง ในตอนกลางคืน หลังเข้านอน นั้นเอง

เพราะว่าถ้าคนเราที่อายุมากขึ้น ก็มักจะมีโอกาสที่จะพบกับการปัสสาวะบ่อยมากขึ้นด้วยนะ โดยเฉพาะว่าคนที่อายุน้อยกว่า 40 ปี ซึ่งพบเพียง 4% ในขณะที่คนที่มีอายุมากกว่า 60 ปี จะมีพบมากถึง 15% ซึ่งอาการปัสสาวะบ่อย ที่พบในคนหนุ่มสาวมักจะหาสาเหตุได้ง่ายกว่าในผู้สูงอายุที่อาจเกิดจากหลายสาเหตุนั้นเอง

สาเหตุของการปัสสาวะบ่อย 

มันเกิดจากกลุ่มที่ไม่ได้เป็นโรค ซึ่งจะเกิดจากการดื่มน้ำมากจนเกินไป บางที่อาจทำงานในที่อยู่สภาวะอากาศที่เย็น แล้วเราก็ดื่มเครื่องดื่ม ที่มันผสมคาเฟอีน อย่างเช่น ชา กาแฟ ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อยู่ด้วย การที่เรามีความเครียด หรือว่าการรับประทานยาบางชนิด เช่น ยาขับปัสสาวะ ก็สามารถเกิดได้

กลุ่มของโรค แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ

ส่วนที่ 1 ส่วนที่ไม่เกี่ยวข้อง กับระบบทางเดินปัสสาวะ อย่างเช่น โรคเบาหวาน โรคเบาจืด

ส่วนที่ 2 ส่วนที่เกี่ยวข้อง กับระบบทางเดินปัสสาวะโดยตรง เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ โดยเฉพาะจะพบในวัยรุ่ย และพบมากในผู้หญิง มากกว่าผู้ชาย สาเหตุเกิดจากที่ชอบกลั้นปัสสาวะเป็นเวลานาน ๆ และจะมีอาการปัสสาวะบ่อย แสบขัด ไม่สุด ปวดท้องน้อย และอาจมีเลือดปนออกมา ถ้าไม่รีบรักษา อาการอักเสบอาจลุกลามไปที่กรวยไตของเราได้ ผู้ป่วยอาจมีไข้สูง หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ และจะพบมาในผู้ชายมากกว่า ผู้หญิง ผู้ป่วยที่มีอาการปัสสาวะขัด ๆ ไม่พุ่ง หยุดสะดุดเป็นช่วง ๆ ในระหว่างที่ปัสสาวะ เมื่อมาตรวจปัสสาวะพบว่ามีเม็ดเลือดแดงๆ เมื่อเรามาทำการเอกซเรย์ก็จะพบนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

มะเร็งของกระเพาะปัสสาวะ พบในวัย 60 ปีขึ้นไป พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ผู้ป่วย จะมีอาการปัสสาวะเป็นเลือดอย่างเดียว และไม่มีอาการอย่างอื่น อาจปัสสาวะบ่อย แสบขัด กระเพาะปัสสาวะทำงานไม่ปกติ หรือ โอเอบี เป็นโรคที่พบได้บ่อย โดยจะพบในผู้หญิง มากกว่าผู้ชายถึง 10 เท่าเลยล่ะ คนที่ป่ายจะปัสสาวะบ่อยมาก อาจมากถึง 30 ครั้งต่อวันเลยล่ะ และจะกลั้นปัสสาวะไม่ได้ แต่จะปัสสาวะ ในแต่ละครั้งจะออกมาไม่มาก เพราะว่าบางรายอาจปัสสาวะไม่สุด และมีอาการปวดท้องน้อยร่วมด้วย เนื่องจากโรคนี้ เกิดจากการทำงานที่ไวผิดปกติของกล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะ ของเรานั้นเอง

อาการปัสสาวะบ่อย มันอาจเกิดจากความผิดปกติ ของอวัยวะข้างเคียงของเราก็ได้นะ ที่มีผลต่อการทำงานของกระเพาะปัสสาวะของเรา

ในการวินิจฉัยโรค แพทย์อาจจะอาศัย การซักประวัติผู้ป่วยอย่างละเอียด ร่วมกับการตรวจร่างกายผู้ป่วยอย่างละเอียดด้วย
วิธีการรักษาอาการปัสสาวะบ่อยนั้น จะขึ้นอยู่กับสาเหตุ และโรคบางชนิดทานยาก็หาย เช่น กระเพาะปัสสาวะอักเสบ กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะทำงานไม่เสถียร แต่บางชนิดอาจจะต้องผ่าตัด เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ถ้าใครไม่อยากเป็นโรคนี้ก็ปรับเปลี่ยนนิสัยที่ชอบกลั้นปัสสาวะซะจะได้ไม่มีโรคแบบนี้เกิดขึ้นได้

มะเร็งจาก ชุดชั้นในสีดำ เสี่ยง !!!

ในชุดชั้นในสีดำนั้น มีโอกาสเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง กับผู้หญิงทั้งหลาย แล้วรู้กันบ้างหรือเปล่า วันนี้ เลยได้นำเรื่องดีๆ ที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ของผู้หญิงทั้งหลาย ที่ชอบที่สีดำ ที่โดยเฉพาะชื่นชอบที่จะเลือกซื้อชุดชั้นในสีดำ หรือรักชุดชั้นในสีดำกันมากเป็นพิเศษเลย แล้วยิ่งเป็นชุดชั้นในสีดำ ที่ไม่น่าเชื่อถือด้วยแล้วล่ะก็ เราก็ควรที่จะยิ่งต้องระวังให้มากที่สุดเลยรู้หรือเปล่า แม้ว่าชุดชั้นในสีดำ เวลาที่สวมใส่แล้ว จะทำให้ดูเซ็กซี่ และสวยมากเพียงใดก็ตาม แต่รู้หรือไมว่า มันก็มีโอกาสเสี่ยงต่อโรคมะเร็งได้ ไม่ระวัง เพราะฉะนั้นแล้ววันนี้ เราจึงมีเรื่องราวเกี่ยวกับชุดชั้นในสีดำ ที่เสี่ยงโรคมะเร็งมาฝากกัน สาวๆ คนไหน ที่รักสุขภาพทั้งหลาย อย่าละเลยไปล่ะ แล้วถ้าไม่อยากเสี่ยงกับโรคมะเร็งที่มาจากชุดชั้นในสีดำสีดำล่ะก็ มาทำความรู้จักกับ ชุดชั้นในสีดำ กันเลยดีกว่า เพื่อสุขภาพที่ดีของ ผู้หญิงกันทุกคนเลยนะ

 รู้หรือไม่ว่า ชุดชั้นในสีดำ สามารถทำให้เกิดมะเร็งได้นะ

ในประเทศเยอรมนี ได้มีการทดสอบ กับชุดชั้นในสีดำ 25 ตัว ผลจากการทดลองพบสารก่อมะเร็ง เนื่องว่าจากชุดชั้นในสีดำบางยี่ห้อนั้น มีสารเคมีสีดำ ที่มีอยู่ในชุดชั้นในนั้นในปริมาณที่สูงซึ่งเป็นที่ต้องสงสัยกันว่าจะเป็นสารที่เป็นตัวก่อมะเร็ง เพราะเมื่อสวมใส่เข้าไปแล้ว มีเหงื่อออกสารเคมีก็จะตกสีออกมาบนผิวหนัง ทำให้ผิวหนังของเรา ได้รับสารเคมีที่มีอันตราย และมันจะไปกระตุ้นก่อให้เกิดมะเร็งขึ้นมาได้

นอกเหนือจากสารเคมีสีดำ ก็ยังพบสารอันตรายที่ชื่อว่า Diethyhexylpthalate (หรือ DEHP) ซึ่งเป็นตัวที่ยึดทรงชุดชั้นในเอาไว้ และสารตัวนี้เป็นสารที่อันตรายติดอันดับด้วยล่ะ ที่ทางสหภาพยุโรปได้ระบุเอาไว้ เพราะว่าเป็นสารก่อมะเร็ง และเป็นสารต้องห้าม สำหรับของเด็กเล่น และผลิตภัณฑ์ทารกด้วย

สาวๆหลายๆ คน ที่มีชุดชั้นในสีดำ อย่าเพิ่งตกใจไปล่ะ จนต้องโยนชุดชั้นในสีดำทิ้งไป เพรัว่าผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำว่า ถ้าเกิดเราซื้อชุดชั้นในสีดำมา ก่อนที่จะนำมาใส่ก็ต้องซักให้สะอาดซะก่อนล่ะ จะได้ปลอดภัยบ้าง

วิธีการกำจัดตุ่มเม็ดขาว ๆ บนใบหน้า ที่เหมือนสิวแต่ก็ไม่ใช่

คุณเคยเห็นตุ่มเม็ดเล็ก ๆ สีขาวออกเหลืองบนใบบ้างหรือปล่าวค่ะ  มันเหมือนจะเป็นสิวแต่ก็ไม่ใช่สิว เพราะมันไม่มีหัว ไม่ใหญ่ขึ้นมา แต่ก็ไม่ยอมยุบสักที บีบก็ไม่ยอมออก แต่ถ้าหากใครกล้าหน่อยใช้เข็มเจาะแล้วบีบออกจะพบว่าเป็นก้อนขาว ๆ คล้ายกับแป้ง ตุ่มเล็ก ๆ นี้เรียกว่า “มิเลีย” (Milia) พบว่าคนไทยส่วนใหญ่เป็นกันมาก   สาเหตุของมิเลีย เกิดจากการตกค้างของเคราตินที่เป็นโปรตีนมีส่วนประกอบสำคัญของชั้นหนังกำพร้า ที่ไม่สามารถถูกขับออกได้   หรืออาจจะเกิดจากการใช้สำอางคุณภาพต่ำนั่นเองค่ะ  ทำให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วไม่สามารถหลุดลอกออกไปได้ หรืออีกหนึ่งกรณีคือการตากแดดนานเกินไปจนทำให้ผิวหนาขึ้น กระบวนการผลัดเซลล์ผิวจึงทำได้ยากขึ้นอีกเช่นกันทำให้เกิดการสะสมจนกลายเป็นถุงหรือเม็ดตุ่มเล็ก ๆ ที่ว่านี้บนผิวหน้า ส่วนใหญ่จะพบบริเวณตาค่ะ

การจัดการกับ มิเลีย อย่างถูกต้องก็คือการเจาะหรือรีดเอาสารสีขาว ที่อยู่ข้างใจออกมาก  สำหรับสาว ๆที่มีผิวอ่อนบางบริเวณรอบดวงตา  แนะนำให้พบแพทย์ผิวหนังเพื่อทำการรักษาอย่างเหมาะสมนั่นเองค่ะ  หลังที่จัดการกับมิเลียแล้ว  ให้คุณหมั่นสครับผิวหน้าอย่างสม่ำเสมอนะคะ   การสครับเป็นวิธีการกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป และที่สำคัญเลยนะคะเจ้าตุ่มสีขาวนี้จะไม่กลับมาเยือนที่ผิวหน้าคุณอีกต่อไปค่ะ

หน้าสวยสดใสได้ง่าย ๆ ด้วย 5 ขั้นตอนการดูแลผิวหน้า

หน้าสวยสดใสได้ง่าย ๆ ด้วย 5 ขั้นตอนการดูแลผิวหน้า

ขึ้นชื่อว่าผิวหน้าสวยใครๆ ก็อยากมี ไม่ว่าจะผิวขาว ผิวดำ ผิวคล้ำ หรือผิวแบบไหนก็ตามก็ล้วนแล้วแต่ต้องการให้ผิวต้องเองนั้นมีสุขภาพดีใช่มั๊ยค่ะ  เรามีการบำรุงผิวหน้าด้วยวิธีง่าย ๆ ที่คุณสามารถทำได้เองโดยไม่ยุ่งยากมาฝากกันค่ะ  รับรองเลยว่าถ้าคุณได้ทำตามขั้นตอนที่เราแนะนำผิวหน้าของคุณจะมีสุขภาพดี  อย่างแน่นอนค่ะ

 อบไอน้ำผิวหน้า
การอบไอน้ำผิวหน้ายามเย็นเหมาะที่สุดเมื่อคุณได้ว่างจากงานบ้าน หรือเพิ่งเลิกงานมาก็ตาม  วิธีการอบไอน้ำผิวหน้าจะเป็นการช่วยชำระล้างสิ่งสกปรกไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอาง ฝุ่นละอองจากมลภาวะต่างๆ ที่ต้องเจอมาทั้งวัน  วิธีการอบไอน้ำหน้าง่าย ๆ แค่คุณอังใบหน้าเหนือภาชนะที่มีน้ำอุ่นจัดอยู่  อังหน้าไว้ประมาณ 2 นาที  หรือจะใช้เป็นผ้าชุบน้ำอุ่นบิดพอหมาดๆ แล้ววางบนใบหน้าของคุณทิ้งไว้ประมาณ 2 นาทีเช่นกัน  จะเป็นการช่วยเปิด  ขุมขนนั้นเองค่ะ

ทำความสะอาดผิวหน้า

พอหลังจากที่คุณได้ทำการอบไอน้ำผิวหน้าเพื่อเปิดรูขุมขนให้ขยายตัวแล้ว  ให้คุณใช้น้ำอุ่นพอประมาณล้างใบหน้าและลำคอของคุณให้สะอาด แล้วจึงใช้คลีนเซอร์นวดลงบนผิวที่ยังเปียกนะคะทั้งใบหน้าและลำคอ โดยให้คุณหลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตา นวดประมาณ40 วินาทีนะคะ เสร็จแล้วให้คุณล้างหน้าออกด้วยน้ำอุ่นอีกรอบค่ะ


ใช้โทนเนอร์เป็นตัวช่วยในการเช็ดหน้าให้สะอาด
ให้คุณหยดโทนเนอร์ที่มีลงบนสำลีให้ชุ่มพอประมาณนะคะ   แล้วก็เช็ดทำความใบหน้าในแนวย้อนรูขุมขนขึ้นไป  วิธีนี้จะเป็นการเช็ดเอาคราบความสกปรกที่ยังคงตกค้างอยู่บนใบหน้าออกไปอย่างหมดจดค่ะ  แล้วยังเป็นการช่วยกระชับรูขุมขนเพื่อเตรียมรับการบำรุงด้วยวิธีต่อไปค่ะ

เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหน้าด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์
ให้คุณทามอยส์เจอไรเซอร์ลงบนผิวโดยให้ทาวนเป็นวงกลมไปในทิศทางขึ้นนะคะ  ทาให้ทั่วทั้งใบหน้าและลำคอของคุณ  มอยส์เจอร์ไรเซอร์    จะเป็นตัวช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าคุณ และเป็นการชะลอผิวจากการเสื่อมสภาพอีกด้วยล่ะค่ะ

 ตามด้วยการสครับผิวหน้า
ให้คุณทาผลิตภัณฑ์สำหรับสครับผิวลงบนหน้าที่เปียกหมาดๆ ให้คุณเลือกใช้สครับที่มีเม็คสรับขนาดเล็กและกลมนะคะ เพราะจะใบหน้าของคุณจะได้ไม่บาดค่ะ  เสร็จแล้วให้นวดหน้าเบา ๆ ให้ทั่วทั้งหน้า จากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำสะอาด

ง่าย ๆ ใช่มั๊ยค่ะ  ถ้าคุณสาว ๆ นำวิธีการทำความสะอาดและการบำรุงผิวหน้จากเราไปปรับใช้  คุณสาว ๆ ก็จะได้ผิวหน้าที่มีสุขภาพดี และสดใสไปตลอดอย่างแน่นอนค่ะ 

กลิ่นปากแรง จะทำไงดี

การที่มีกลิ่นปากที่แรงมาก ถึงแม้ว่าจะแปรงฟันเป็นประจำ หลังอาหารแล้วก็ตาม แล้วจะทำยังไงดีล่ะ

กลิ่นปากเป็นอีกปัญหาหนึ่ง ที่ทำให้ขาดความมั่นใจ และเกิดความกังวลใจ และความรู้สึกไม่มั่นใจ ในหลายๆคนเลยล่ะ

บางคนอาจจะ พยายามลดกลิ่นปากด้วยการใช้น้ำยาบ้วนปาก, ยาอม, หรือสเปรย์ดับกลิ่นปาก แล้วก็ตาม แต่มันก็ให้ผลแค่ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ถ้ายังทำการแก้ไขที่ต้นเหตุที่ถูกต้องแล้วล่ะก็ กลิ่นปากก็จะยังคงอยู่ต่อไปเรื่อยๆ กลิ่นเหม็นเกิดขึ้นได้เหมือนๆกัน กับกลิ่นเหม็นที่เกิดจากส่วนอื่นๆ ของร่างกายเรา ซึ่งเกิดจากแบคทีเรีย ในกลุ่มที่ทำให้เกิดการย่อยสลาย โดยไม่ต้องการอากาศ เพราะฉะนั้นบริเวณใดในช่องปากที่มีเศษอาหารตกค้างอยู่ ก็จะมีแบคทีเรีย และจะทำให้เกิดการบูดเน่า และมีกลิ่นเหม็นขึ้นมาได้ ผลให้มีเศษอาหารตกค้างและหมักหมม ก็จะทำให้เกิดกลิ่นปากขึ้นมาได้ และมักจะพบบ่อยๆตรงบริเวณ คือที่ ลิ้น, ร่องเหงือก, ใต้ขอบเหงือก, ส่วนอื่นที่สามารถพบได้อีกคือ บริเวณที่อุดฟัน, ครอบฟันไม่พอดี, การเป็นโรคปริทันต์, เหงือกอักเสบ, มีฟันผุรูกว้าง, ฟันปลอมชนิดถอดได้, บริเวณที่มีเศษอาหารตกค้าง จนกลายเป็นสาเหตุ ทีทำให้เกิดมีกลิ่นปาก เราจึงควรแปรงลิ้นทุกครั้งหลังการแปรงฟันทุกครั้ง และควรแปรงให้ลึกถึงโคนลิ้น การทำแบบนี้จะช่วยทำความสะอาด น้ำเมือกที่ตกค้าง ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นปากได้นั้นเอง


การที่เราแก้ปัญหา การมีกลิ่นปาก โดยการใช้น้ำยาบ้วนปาก, สเปรย์, หรือลูกอมรสมินต์ ถือว่าเป็นการแก้ไขที่ปลายเหตุ และไม่ถูกต้อง เป็นการสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ การที่ใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสม ของคลอเฮ็กซิดีน เป็นเวลานานๆ ก็จะมีผลเสีย ที่จะทำให้เกิดคราบสีที่ฟันของเราได้ ซึ่งน้ำยาบ้วนปาก จะช่วยลดกลิ่นปากได้เพียงชั่วคราว แต่ไม่ได้กำจัดที่ต้นเหตุโดยตรง ทำให้อาการของโรค จนเกิดอาการที่รุนแรงแบบที่ไม่รู้ตัว ในบางทีกลิ่นของน้ำยาบ้วนปาก ก็อาจผสมกับกลิ่นปากของเราจน ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นออกมาก็ได้ การแก้ไข ที่ดีที่สุดของการรักษากลิ่นปากก็ คือ การหาวิธีการกำจัดโรคที่เกิดขึ้น และการแปรงฟัน ที่สะอาดอย่างสม่ำเสมอเพียงเท่านี้ก็น่าจะช่วยได้แล้วล่ะ

You are currently browsing the เพื่อสุขภาพ blog archives for February, 2012.